การเปลี่ยนแปลงในนโยบายกัญชาในสหรัฐ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศความตั้งใจในการปรับระดับการควบคุมกัญชาอย่างเป็นทางการ โดยมีการตอบสนองจากสมาชิกสภานิติบัญญัติทั้งสองพรรคต่อข่าวนี้อย่างหลากหลาย ส.ส. อเล็กซ์ โอคาซิโอ-คอร์เตซ (D-NY) ได้เรียกเก็บการปรับปรุงนี้ว่าย “เป็นสิ่งที่ไม่ต้องสงสัย” ขณะที่ ส.ส. แอนดี้ แฮร์ริส (R-MD) ได้ต่อต้านข้อเสนอดังกล่าว.
ความสำคัญของการปรับระดับ
ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อปรับระดับกัญชาจากระดับที่ 1 เป็นระดับที่ 3 ตามกฎหมายควบคุมสารเสพติด ซึ่งหมายความว่ากัญชาจะถูกถือว่ามีคุณค่าทางการแพทย์มากขึ้นและช่วยลดอุปสรรคในการวิจัย รวมถึงช่วยให้ธุรกิจกัญชาเข้าถึงการหักภาษีจากรัฐบาลกลางได้:
- เปิดทางให้มีการวิจัยเกี่ยวกับกัญชาได้มากขึ้น
- ลดภาระภาษีสำหรับธุรกิจกัญชาที่ถูกกฎหมายในแต่ละรัฐ
- ยอมรับคุณค่าทางการแพทย์ของกัญชาในระดับสหพันธรัฐ
ความคิดเห็นของสมาชิกสภา
โอคาซิโอ-คอร์เตซ กล่าวว่านโยบายนี้เป็นการก้าวที่สำคัญในการยอมรับความจริงเกี่ยวกับกัญชาและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ส.ส. อิลฮาน โอมาร์ (D-MN) ก็เชื่อว่าข้อเสนอนี้จะเป็น “การเปลี่ยนเกม” สำหรับนโยบายกัญชาในอนาคต แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคำประกาศจากประธานาธิบดี โดยเฉพาะเมื่อเขามักเปลี่ยนแปลงท่าทีในนโยบายต่างๆ อยู่เสมอ.
วิสัยทัศน์จากแหล่งข้อมูลทางการเมือง
แม้จะมีการสนับสนุนจากบางฝ่าย แต่ก็ยังมีกระแสต้านจากสมาชิกพรรครีพับลิกันที่กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้ เช่น ส.ส. แอนดี้ แฮร์ริส ได้แสดงความไม่เห็นด้วย ขณะเดียวกัน ส.ส. ดีนา ไทตัส (D-NV) ยอมรับว่าข้อเสนอนี้เป็นก้าวที่ดี แต่ยังมีงานที่ต้องทำมากมายเพื่อลบล้างข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ใช้กัญชาเพื่อการพักผ่อน.
บทสรุป
นโยบายที่เกี่ยวกับการปรับระดับกัญชาของสหรัฐมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีผลกระทบที่สำคัญต่อภาพรวมของการเมืองและสังคมในสหรัฐ ในขณะที่ฝ่ายนโยบายบางส่วนเสนอให้มีการยอมรับคุณค่าทางการแพทย์ของมัน ขณะที่อีกหลายฝ่ายยังคงต่อต้านความเคลื่อนไหวนี้ สถานการณ์นี้ทำให้กัญชายังคงเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างมากในวงการการเมืองและสาธารณชน. นโยบายนี้อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตของการควบคุมกัญชาทั่วประเทศ.